ติวกับ #ครูแอมมี่ สอบได้ อันดับ 1 กรณีพิเศษ
ในเวลา 1 เดือนที่ต้องดูแลพ่อที่เข้าห้อง ICU
พานักเรียนไปแข่งศิลปหัตถกรรม
- เตรียมสอบครูผู้ช่วย
ทั้ง 3 เรื่องประดังประเด 1 เดือน ก่อนสอบ!
แล้วสอบได้อันดับ 1
💎1. จุดเริ่มต้นและคำถามจากใจของคุณพ่อ**
ในขณะนั้นน้องแอมมี่ทำงานเป็น “ครูอัตราจ้าง” สอนนาฏศิลป์
และยังไม่ได้มีความกระตือรือร้นที่จะสอบบรรจุอย่างจริงจัง
เพราะคิดว่าตัวเองยังอายุน้อยและยังมีเวลาอีกหลายปี
จนกระทั่งวันหนึ่ง
หลังจากเธอกลับมาจากซ้อมเต้นเพื่อพานักเรียนไปแข่ง
คุณพ่อได้ถามคำถามที่จุดประกายในใจเธอเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายว่า “เมื่อไหร่จะได้ใส่ชุดกากีสักที”
ซึ่งในตอนนั้นเธอยังตอบแบบส่ง ๆ ไป
เพราะความเหนื่อยล้าจากการทำงาน
💎 2. จุดเปลี่ยนสำคัญ: วิกฤตสุขภาพของคุณพ่อ
เพียง 2 สัปดาห์หลังจากบทสนทนานั้น
คุณพ่อเกิดอุบัติเหตุล้มหัวฟาดพื้นในห้องน้ำ
จนมีเลือดออกในสมองและกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง
เหตุการณ์นี้ทำให้น้องแอมมี่ตระหนักว่า
“ไม่เป็นข้าราชการไม่ได้แล้ว”
เพราะเธอต้องการให้พ่อสบาย
และอยากทำตามความปรารถนาของพ่อให้สำเร็จ
ในวันที่ท่านยังมีชีวิตอยู่
💎3. การต่อสู้ในระยะเวลา 1 เดือน: ติวไปดูแลพ่อไป
น้องแอมมี่มีเวลาเตรียมตัวเพียง 1 เดือน ก่อนสอบ
โดยเธอต้องจัดการเวลา👉อย่างหนักหน่วง
ช่วงเช้า : ฟังไฟล์เสียงติวขณะอาบน้ำและแต่งตัวไปโรงเรียน
ที่โรงเรียน : ใช้ชั่วโมงว่างจากการสอนนั่งติวและทบทวนเนื้อหา
หลังเลิกงาน : ดูแลคุณพ่อที่ป่วยติดเตียง ทั้งเช็ดตัว ป้อนข้าว และเคาะปอด ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
ช่วงกลางคืน : เริ่มติวหนังสือต่อตั้งแต่ช่วงค่ำไปจนถึงเที่ยงคืนหรือตี 2 ทุกวัน
เทคนิคการติว: เธอเลือกติวกับ “ครูแอมมี่” ผ่านเพจ Facebook
โดยเน้นการฟังเสียงซ้ำ ๆ จนจำได้เหมือนจำเนื้อเพลง
และใช้ทรัพยากรทุกอย่างทั้งวิดีโอ ไฟล์เสียง
มายแมพ และตารางติวเพื่อจัดการเวลา
ตามที่ครูแอมมี่ แนะนำ
💎4. วินัยและจิตใจที่เข้มแข็งในวันสอบ
คืนก่อนวันสอบ อาการของคุณพ่อวิกฤตจนหยุดหายใจ
และต้องปั๊มหัวใจที่โรงพยาบาล
น้องแอมมี่ต้องไปดูอาการพ่อทั้งที่วันรุ่งขึ้นมีสอบกรณีพิเศษ
ในวันสอบ : ขณะกำลังจะเข้าห้องสอบ
พยาบาลโทรมาแจ้งว่าพ่อหยุดหายใจอีกครั้ง
แต่เธอต้องรวบรวมสติและตั้งปณิธานว่า “ต้องที่ 1 เท่านั้น”
เพราะ “เขารับ แค่ตำแหน่งเดียว!”
และต้องการทำให้พ่อเห็นไม่ว่าจะในฐานะ
“กายเนื้อหรือกายทิพย์”
บรรยากาศการทำข้อสอบ: เธอใช้เทคนิคที่เรียนมาจากครูแอมมี่
เช่น
การทำจากหลังมาหน้า
และการดูคำสำคัญ (Keyword)
เธอทำข้อสอบได้เร็วมากจนกรรมการคุมสอบสงสัย
แต่ความจริง คือ เนื้อหาที่ติวมาตรงกับข้อสอบ
จนเธอสามารถกาคำตอบได้ทันที
💎5. ความสำเร็จที่มาพร้อมกับความสูญเสีย
หลังสอบเสร็จและรอประกาศผลเพียง 3 วัน
คุณพ่อของเธอก็เสียชีวิตลง!
ผลการสอบประกาศออกมาหลังจากงานเผาศพเพียง 2 วัน!|
โดยแอมมี่ สอบติดอันดับที่ 1 ของจังหวัดกาญจนบุรี
ในวันรายงานตัว เธอได้ อุ้มรูปถ่ายของคุณพ่อไปรายงานตัวด้วย
เพื่อบอกท่านว่าเธอทำสำเร็จแล้วตามที่ท่านเคยขอไว้
💎6. ข้อคิดและการเปลี่ยนแปลงหลังเป็นข้าราชการ**
ชีวิตของแอมมี่เปลี่ยนไปอย่างมากหลังบรรจุ
ทั้งเรื่องฐานเงินเดือน
ความมั่นคงในชีวิต
และการได้รับการยอมรับ
เธอได้ฝากข้อคิดถึงรุ่นน้องและเพื่อนครูว่า: อย่ารอเวลา
เพราะในขณะที่เราเดินหน้า
พ่อแม่เราเดินถอยหลัง (แก่ตัวลง) ทุกวัน
ความพยายาม: การติวต้องทำควบคู่ไปกับความขยันของตัวเอง 50/50 *
อย่าให้สายเกินไป: อย่าปล่อยให้ความสำเร็จ
มาถึงในวันที่คนที่อยากเห็นที่สุด
ต้องมองดูเราผ่านเพียงรูปถ่าย
อย่ารอเวลา เพราะพ่อแม่เรา “เดินถอยหลัง” ทุกวัน:
น้องแอมมี่เน้นย้ำว่า
ในขณะที่เราคิดว่าตัวเองยังอายุอายุน้อย
และมีเวลาอีกหลายปี ชีวิตเรากำลังเดินหน้าไป
แต่ **ชีวิตของพ่อแม่เรานั้นสวนทางกัน
คือ ท่านเดินถอยหลัง (แก่ตัวลง) ทุกวัน
**อย่าปล่อยให้ความสำเร็จมาถึง
ในวันที่เราเอื้อมคว้าท่านไว้ไม่ได้แล้ว *
**อย่าให้ความสำเร็จเป็นเพียง “รูปถ่าย”:
** สิ่งที่น้องแอมมี่เสียใจที่สุด คือ การที่เริ่มช้าเกินไป
จนคุณพ่อไม่มีโอกาสได้กอดเธอในชุดกากีตอนที่มีชีวิตอยู่ (กายเนื้อ)
แต่ต้องมองดูความสำเร็จผ่านเพียงรูปถ่าย (กายทิพย์),,,
เธอจึงอยากให้ทุกคนรีบทำสำเร็จ
ในวันที่ท่านยังรับรู้และแสดงความยินดีกับเราได้, *
โอกาสไม่ได้มีมาบ่อย ๆ:
บางครั้งตำแหน่งที่เปิดสอบในจังหวัดที่ต้องการอาจเป็น
“โอกาสแรกและโอกาสสุดท้าย”
หากพลาดไปแล้วอาจไม่มีการเปิดรับในตำแหน่งนั้นอีกนาน…
การทิ้งโอกาสหรือทิ้งเวลาไป
จะกลายเป็นความเสียดายไปตลอดชีวิต…
ความมั่นคงคือเกราะคุ้มกันชีวิต:
การเป็นครูอัตราจ้างมีความเสี่ยงเรื่องการต่อสัญญาและไม่แน่นอน
แต่การเป็นข้าราชการมอบ “ความมั่นคงในชีวิต”
ทั้งเรื่องฐานเงินเดือน
สิทธิสวัสดิการ
และศักดิ์ศรีที่ไม่มีใครสามารถไล่เราออกได้
หากเราทำถูกต้องตามระเบียบ
**จงตบหน้าคนที่ดูถูกเราด้วย “ความสำเร็จ”
** สำหรับคนที่เคยโดนดูถูกว่าเป็น “ก็แค่ครูอัตราจ้าง”
น้องแอมมี่แนะนำว่าอย่าไปสู้ด้วยคำพูด
แต่ให้ ใช้ความสำเร็จเป็นเครื่องพิสูจน์
เพื่อให้วันหนึ่งเราได้ยืนในจุดที่น่าภาคภูมิใจให้เขาเห็น…
อย่ารอให้ประกาศสอบออกแล้วค่อยเริ่ม:
การเตรียมตัวต้องทำตั้งแต่เนิ่น ๆ
เพราะหากรอประกาศแล้ว
จะเหลือเวลาเพียงไม่กี่อาทิตย์อาจจะ “ไม่ทัน”
การมีความขยันและมีคนช่วยชี้ทาง (ติว)
จะช่วยให้ถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น
แต่ต้องอาศัยความพยายามของตัวเองด้วย 50/50
เกษียณน้อยลง อัตราว่างลดลง:
ในอนาคตจำนวนนักเรียนลดลงและครูเกษียณก็น้อยลง
ทำให้ อัตราการบรรจุจะยิ่งน้อยลงเรื่อย ๆ
ดังนั้นใครที่เริ่มเร็วกว่าย่อมมีโอกาสมากกว่า
น้องแอมมี่ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า
“ไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่อยากเห็นความสำเร็จของลูก”
ดังนั้นอย่าให้คำว่า “ทำไมไม่เริ่มให้เร็วกว่านี้”
มาหลอกหลอนเราในวันที่สายเกินไป….
ครูแอมมี่ ขอชื่นชมลูกศิษย์คนนี้ที่พยายามมาก ๆ จนสอบได้อันดับ 1
สิ่งที่ครูอยากจะฝากบอกทุกคนนะคะ
ถ้าหากว่าเราอ่านเองแล้วจับต้นชนปลายไม่ถูก
ลองหาที่ติวดูนะคะ
ที่ตรงกับจริตของน้อง
ถ้าใครชอบสายวิเคราะห์ข้อสอบแบบละเอียด
สอนแบบย้ำให้จำขึ้นใจ
แล้วดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด
ก็แนะนำคอร์สติว ของครูแอมมี่ค่ะ

